Followers

Tuesday, July 17, 2018

หลวงพ่อชาและหลวงพ่อสุเมโธ เผยแผ่พุทธศาสนาที่อังกฤษปี 2520


Youtube: หลวงพ่อชาและหลวงพ่อสุเมโธ เผยแผ่พุทธศาสนาที่อังกฤษ ปี 2520
Post by: vanillalulla
Published on Oct 21,2014


17:27 p.m.
In my room


ยูทูปที่ฉันนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้-เป็นเรื่องราวของการเผยแผ่พุทธศาสนา-ของหลวงพ่อชา สุภัทโท-ที่ประเทศอังกฤษ-ต่อจากไดอารี่ของเมื่อวาน-แม้ผู้ที่โพสต์ลงยูทูปจะไม่ใช่แหล่งที่มาอันเดิม-แต่เนื้อหาและเรื่องราวก็ต่อเนื่องกันได้-เพราะมีคนต้นเรื่องคนเดียวกัน


อุปมาก็คงจะเหมือนดังคำสอนในพุทธศาสนา-ที่ล้วนมาจากพระโอษฐ์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า-เพียงแต่ผู้ที่ถ่ายทอดคำสอน-คือพระเกจิอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลายท่าน-หรือ-มีหลายนิกาย-หลายสำนัก-แยกกันไปตามจริตของผู้สอนและผู้เรียน-เส้นทางพ้นทุกข์มุ่งสู่"นิพพาน"-อาจจะมาจากหลายเส้นทาง-แต่ท้ายที่สุดแล้ว-เส้นทางที่ตรงสู่พระนิพพาน"มีทางเดียว"เท่านั้นคือ-"พระธรรม"


จากยูทูปเรื่องนี้-ทำให้พวกเราได้เห็นถึงความยากลำบากของหลวงพ่อชา สุภัทโท-และหลวงพ่อลูกศิษย์-ในการที่จะนำพุทธศาสนาเข้าไปเผยแผ่ยังดินแดนศริสต์ศาสนา-โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ-ซึ่งขึ้นชื่อในด้าน conservative อนุรักษนิยม


ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2522 ที่หมู่บ้าน Sussex ตะวันตก-คนในหมู่บ้านตื่นขึ้นมาวันหนึ่ง และพบกับภาพที่ไม่คุ้นตา-เพื่อนบ้านที่มาใหม่ของเขาเป็นกลุ่มพระภิกษุ-ที่กำลังออกเดินบิณฑบาต-ศาสนาของพระภิกษุกลุ่มนี้มีอยู่ทางตะวันออกมากกว่า 2,500 ปีมาแล้ว-และพระภิกษุได้เข้ามาสู่ประเทศอังกฤษเวลานี้-เพราะคนอังกฤษเริ่มมีความสนใจในพระพุทธศาสนามากขึ้น


ภิกษุกลุ่มนี้ตั้งใจที่จะดำเนินชีวิตเรียบง่าย-และปฏิบัติตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด-ตามแบบแผนที่"พระพุทธเจ้าวางให้พระวัดป่า"ตั้งแต่ยุคแรกๆ--แม้ว่าจะมีพระหลายคณะมาอยู่ในอังกฤษก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม-แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีพระภิกษุ-ที่จะพยายามรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้


คณะสงฆ์นี้เพิ่งย้ายเข้าไปในบ้านวิคตอเรียที่ทรุดโทรมในป่า-ที่มีพื้นที่ป่านับ 100 เอเคอร์(1 เอเคอร์ = 2.53 ไร่)-ซึ่งงานชิ้นแรกที่ต้องทำคือ-การจัดการกับข้าวของต่างๆที่ไม่ได้ใช้-เพื่อให้พอที่จะย้ายเข้าไปอยู่ได้-จุดมุ่งหมายของพระภิกษุ-คือการปล่อยวางจากทุกสิ่งทุกอย่าง-ที่อาจจะมากระทบ"งานหลักของพระ"-นั่นคือ"การเจริญมรรคภาวนา"-ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า-"เพื่อมุ่งเข้าสู่นิพพาน"


ผู้นำของคณะสงฆ์กลุ่มนี้คือ-"พระอาจารย์ชา"-ซึ่งเดินทางมาจากประเทศไทย-และใช้เวลาอยู่ 3-4 สัปดาห์-เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพระภิกษุในการสร้างวัดใหม่แห่งนี้-หลวงพ่อชาท่านกล่าวว่า-"ในเวลานี้,ชาวตะวันตกกำลังมีความทุกข์ร้อนใจใหญ่-ไม่มีอะไรที่พอจะเป็นที่พึ่งของเขาได้-ฉะนั้น ในทางพุทธศาสนา-จะมีทางการทำสมาธิกรรมฐาน-เพื่อตัดความกังวลวุ่นวายใจ-เราได้รับเชิญมานี่เพราะว่า-ชาวตะวันตกทุกวันนี้-พร้อมที่จะตั้งอกตั้งใจ-สนใจทำความสงบ-"เพราะความวุ่นวายเป็นเหตุ!!"


ปัญหาที่ยากที่สุดสำหรับพระที่นี่-คือการอธิบายว่า-"ทำไมพระต้องออกบิณฑบาต?"-พวกเขาคิดว่าพระนั้นเป็นแค่ขอทาน-หรือว่านี่คือสิ่งจำเป็นสำหรับการปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนา--เพื่ออธิบายในเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆ--เมื่อแรกไปถึง-คณะสงฆ์จึงได้จัดประชุมขึ้นที่ศาลากลางหมู่บ้าน-มีการฉายสารคดีเกี่ยวกับข้อวัตรปฏิบัติ-วัดป่าต้นสังกัดในเมืองไทย


ผู้ชายมีหนวดสีทองคนหนึ่งพูดในที่ประชุมว่า-"ท่านมานี่ในชุดประหลาดๆของท่าน ผมก็คงได้แต่บอกว่า-โชคดีแล้วกัน-ถ้าท่านทำได้จริงๆแล้วหาอะไรได้ฟรีๆจากการเดินเฉยๆก็ลองดู"-(มีเสียงหัวเราะครืนใหญ่ในที่ประชุม)-"ผมหมายความอย่างนั้นจริงๆ"-เขาพูดซ้ำ-"โชคดีแล้วกัน"-(กล้องแพนจับใบหน้าของผู้หญิงสองคนในที่ประชุม,มีรอยยิ้มหยันเล็กๆที่มุมปาก)


วิธีที่ดีที่สุดที่พระจะจัดการกับความเข้าใจผิดต่างๆ-ว่าพระเป็นพวกเพี้ยนหรือหรืออาจจะเป็นกลุ่มที่อันตราย-คือ การเชิญชาวบ้านมาที่วัด-เพื่อมาดูด้วยตัวเอง-และท่านได้อธิบายเพื่อทำความเข้าใจว่า-ตามพระวินัยนั้น-พระห้ามขออาหารจากญาติโยม-และไม่ได้หวังเอาอาหารจากเพื่อนบ้านด้วย-แต่พระออกบิณฑบาตตามประเพณีปฏิบัติ-และเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับชาวบ้าน-การให้ทานเป็นการสละส่วนหนึ่งของตัวตนออกไป-ซึ่งสอดคล้องกับคำสอนเบื้องต้นของพระพุทธเจ้า


มีผู้ดูแลสวนคนหนึ่งคือ คุณวอลเตอร์ สเต็งเกิล-ซึ่งเคยเป็นทหารเยอรมันในช่วงสงคราม-เขาเคยถูกคุมขังในไซบีเรียโดยฝ่ายรัสเซีย-เคยบวชเป็นพระอยู่หลายปี-ตอนนี้เขาตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตในวัดแห่งนี้-พูดว่า--"พระพุทธเจ้าตรัสว่า อย่าเชื่อในตัวตถาคต,หรือเชื่อในสิ่งที่ตถาคตพูด,เธอต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง-อย่าเชื่อหรือคิดไปว่าสิ่งนี้เป็นเช่นนี้หรือเช่นนั้น-ต้องคิดด้วยตัวเอง-เป็นผู้บุกเบิก-ผู้ค้นพบด้วยตัวเอง-และดูว่าเกิดอะไรขึ้น-ความหมายของชีวิตคืออะไร?-เราเกิดมาเพื่ออะไร?--เราเกิดมาเพื่อสะสมเงินทอง,ที่ดิน,บ้าน,รถ,และทรัพย์สินเท่านั้นหรือ--ผมว่าไม่นะ--"ชีวิตน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น"-เราเริ่มเบื่อหน่ายแล้วกับการที่บอกเราว่า-"Believe in me and follow me"--ตอนนี้ศาสนาพุทธกำลังมาปลุกผู้คน-เพื่อได้มารู้ด้วยตัวเองว่า-คืออะไร--สิ่งนี้เราจะไม่สามารถเข้าใจแจ่มแจ้งได้-ถ้าเราเพียงแค่พูดเฉยๆ-เหมือนเราจะไม่มีวันรู้ว่า-แอปเปิ้ลหวานหรือเปรี้ยว-"นอกจากเราจะชิมด้วยตนเอง"


หลวงพ่อชา ท่านได้อุปมาทิ้งท้ายว่า-"ธรรมะที่แท้จริงเหมือนรสของแอปเปิ้ล"-รสของแอปเปิ้ลนี้เราฟังด้วยหูก็ไม่รู้จัก-ดูด้วยตาก็ไม่รู้จักว่ารสมันเปรี้ยวหรือมันหวานอย่างใด-นอกจากคนจะเอาแอปเปิ้ลเข้าไว้ในปากแล้วก็เคี้ยว-มันก็มีเปรี้ยว มีหวาน ขึ้นมาเท่านี้-นั่นแหละเป็น"ปัจจัตตัง"-ไม่ต้องสงสัยแล้วว่ารสของแอปเปิ้ลเป็นอย่างไร?-รสของแอปเปิ้ลมันมีไหม?-ไม่ต้องไปถามคนโน้น-คนนี้อีกต่อไปแล้ว-ปัญหาก็"จบ"!!ที่ตรงนั้นเอง"-หลวงพ่อชา หัวเราะอย่างอารมณ์ดี


บุญรักษานะ  แล้วเจอกันใหม่






Monday, July 16, 2018

ทันโลก : พุทธศาสนาหยั่งรากในอิตาลี​ (20 ส.ค 59)


Youtube: ทันโลก:พุทธศาสนาหยั่งรากในอิตาลี (20 ส.ค. 59)
Post by: ThaiPBS
Published on Aug 20,2016


3:00 a.m.
In my room


สัปดาห์หน้าก็จะถึงเทศกาล"เข้าพรรษา"-ซึ่งเปรียบเสมือนเทศกาลรอมฎอนของชาวพุทธ-ที่ต้องละเว้นจากการทำบาปทั้งปวง-"เข้าพรรษา"แปลว่า"พักฝน"-วันเข้าพรรษา คือ การจำพรรษาในฤดูฝน-เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน-เพื่อการศึกษาและการทำสมาธิ-ซึ่งรวมระยะเวลา 3 เดือน-ดังนั้น-ฉันจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา-ในหลายๆแง่มุมของสายตาชาวโลก-มาเล่าสู่กันฟัง-ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ด้วย


จากเรื่องราวในยูทูปนี้ คือรายการ"ทันโลก"ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ดำเนินรายการโดย คุณช่อผกา วิริยานนท์-ในตอน"พุทธศาสนาหยั่งรากในอิตาลี"-วัดไทย"วัดสันตจิตตาราม"-ซึ่งเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง วัดป่าสายหลวงพ่อชา สุภัทโท


เมื่อครั้งที่หลวงพ่อชา สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง-พระวิปัสสนาจารย์สายอีสาน-ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาออกไปเผยแผ่พุทธศาสนา-ในซีกโลกตะวันตกเป็นครั้งแรก-ที่ประเทศอังกฤษ-เมื่อปี พ.ศ.2520-ท่านได้ถูกตั้งคำถามอย่างท้าทายว่า-"ทำไมชาวบ้านถึงต้องเลี้ยงดูพระ ทั้งๆที่พระไม่ได้ทำอะไรเลย"


หลวงพ่อชาจึงตอบแบบอุปมาว่า-"ถึงบอกให้ก็ไม่รู้หรอก..มันเหมือนกับนก ที่อยากรู้เรื่องของปลาในน้ำ ถึงปลาบอกความจริง ว่าอยู่ในน้ำเป็นอย่างไร นกก็ไม่มีทางจะรู้ได้ ตราบเท่าที่นกยังไม่เป็นปลา"


คำตอบของท่านในครั้งนั้น ได้สร้างความสนใจให้เกิดขึ้นกับชาวตะวันตกเป็นอย่างมาก-สำนักข่าวบีบีซี ของประเทศอังกฤษ-ได้เดินทางมาถ่ายทำภาพยนตร์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของศาสนาพุทธ-ที่วัดหนองป่าพง-การเติบโตของพุทธศาสนาในซีกโลกตะวันตก-จึง"เริ่มต้นขึ้น"!!-และไม่กี่ปีต่อมา-ก็เดินทางต่อมาที่ประเทศอิตาลี-โดยยึดแนวทางการเผยแผ่ตามวิธีการของหลวงพ่อชา


การทำให้ชาวตะวันตกเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย-เพราะชาวตะวันตกมีความคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล-เน้นการทดลองให้เห็นตามความจริง-ต่างจากคนไทยที่มี"ศรัทธา"เป็นตัวนำ-พร้อมจะเชื่อและทำตาม-ซึ่งแนวทางพุทธศาสนาในแนวทางของหลวงพ่อชา-ได้เปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมะ-ด้วยการตั้งคำถาม-และ-การโต้แย้ง--นี่อาจเป็นแนวทางหนึ่ง-ที่จะนำพาพวกเขาไปสู่"การค้นพบคำตอบของสัจธรรม"-และ-"การหลุดพ้นอย่างแท้จริง"


คุณช่อผกาได้สัมภาษณ์ชาวต่างชาติท่านหนึ่ง โรเบิร์ต เบอร์โตชิ พุทธศาสนิกชนชาวอิตาเลียน-คุณช่อผกา-:"What is the question in your mind?".-โรเบิร์ต-:"The question is why am not happy?".-คุณช่อผกา-:"And what's the answer?".-โรเบิร์ต-:"The answer is really not an answer. It's a suggestion and see for yourself, practice this way and you will understand by yourself".


และความคิดเห็นชาวของต่างชาติอีกสองท่าน-"ฉันคิดว่าคนที่นับถือในคำสอน จะเข้าใจในปรัชญาของธรรมะ"-เอลลิซาเบท เวลโลโซ พุทธศาสนิกชนชาวบราซิลเลียน/"คำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ในใจ แต่ผมไม่แน่ใจว่านี่เป็นศาสนา"-เฮนรี่ ไทเทอร์บาม พุทธศาสนิกชนชาวเบลเยียม/"Everything is arising and passing away-สามเณรชยวิโร สามเณรชาวอิตาเลียน


พุทธศาสนาสอนอะไร?-"พุทธศาสนาสอนเรื่องทุกข์และการพ้นทุกข์ โดยบอกวิธีทำค่ะว่า ต้องลงมือทำด้วยตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่การอ้อนวอนขอ--ปลายทางที่เป็นจุดมุ่งหมายที่แท้จริงคือ การหยุดเวียนว่ายตายเกิด-หรือ-หยุดความทุกข์ จะเกิดขึ้นได้เมื่อเราลงมือทำอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น และนี่แหละค่ะ"คือหน้าที่ที่แท้จริงของพุทธศาสนิกชนทุกคนในโลกใบนี้"-คุณช่อผกากล่าวปิดรายการด้วยคำพูดที่สวยงาม


ตอนนี้ดึกมากๆแล้ว ฝันดีนะ แล้วเจอกันใหม่




Sunday, July 15, 2018

Dhamma is Science - ทันตแพทย์สม สุจีรา "ธรรมะวิทยาศาสตร์ 1"


Youtube: ทันตแพทย์ สม สุจีรา "ธรรมะวิทยาศาสตร์ 1"
Post by: YBATofficial Audiovisual
Published on Sep 23,2016


5:40 p.m.
In my room


เมื่อคืนนี้-"ฉัน"และนักเรียนของฉัน-"หยก"-เราคุยกันถึงเรื่อง"กรรม"-และเธอมีคำถามว่า-"เราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมและสร้างกรรมดีใช่ไหม?"--เหตุสืบเนื่องมาจาก-เธอส่งไลน์ในบทความ"ถอดบทเรียน,ควรมีสรุปความมหัศจรรย์หลายอย่างด้วย ไม่ใช่แค่ด้านวิทยาศาสตร์อย่างเดียว"มาให้ฉันอ่าน-ในกรณีถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน-เธอบอกว่า"เห็นครูติดตามค่ะ"--คงเป็นเพราะฉันชอบเล่าเรื่องธรรมะให้เธอฟังบ่อยๆ


"หยก"-เป็นคนไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ-หรือเรื่องจิตวิญญาณ-เพราะเธอเป็นวิศวกร เรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์ล้วนๆ-แต่-เธอเป็นคนที่กลัวผีมาก!!--เธอบอก-"Action = Reaction ตามหลักวิทยาศาสตร์,แต่ในทางพระพุทธศาสนาทุกอย่างในโลกล้วนเป็นไปตามกรรม-อันนี้หยกยังไม่เคลียร์ว่ามันมีสิ่งจัดสรรได้อย่างไร--คือหยกมีความเชื่อว่ามีโลกคู่ขนานอยู่จริงเหมือนคลื่นไมโครเวฟ-ที่ทำให้อาหารสุกโดยที่เรามองไม่เห็น-แต่กรรมในโลกอดีต มามีผลต่อโลกปัจจุบัน--อันนี้ยังไม่เข้าใจว่า-มันส่งมายังไง? ถ้าจะใช้วิทยาศาสตร์อธิบายค่ะ"


งานเข้าละสิ!-ฉันเลยปรึกษากู๋-ญาติผู้ใหญ่คนเดิมของฉันนั่นแหละ-เพื่อหาข้อมูลจาก-นายแพทย์ สม สุจีรา-ซึ่งท่านเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิและเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องจิตมาแล้วเป็นร้อยๆเล่ม-มาอธิบาย-เหตุและผล-ที่มาที่ไป-เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เธอฟังจากปาก-และ-จากประสบการณ์ตรงของท่านเอง



คุณหมออารัมภบทเริ่มต้นว่า-"ก็ต่อจากนี้ไป 2 ชั่วโมงนะครับ-เราจะมาคุยกันในเรื่องของ"ธรรมะวิทยาศาสตร์"-ซึ่งเป็นแนวที่ผมถนัดที่สุดแล้ว-เฉพาะ"-ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้า"-ก็พิมพ์ไปประมาณ 400,000 เล่ม--ซึ่งจริงๆธรรมะก็คือวิทยาศาสตร์นั่นแหละนะครับ-เพียงแต่ว่าวิทยาศาสตร์ยังก้าวไม่ถึงในบางจุดเท่านั้นเอง--คือจริงๆกำลัง-"สติ"-ที่สูงเนี่ยจะทำให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางโลกและทางธรรมทั้งหมดเลยนะครับ--ถามว่าพระพุทธเจ้าเนี่ย ทรงรู้เรื่องฟิสิกส์,เคมี,ชีววิทยามั้ย?--รู้นะครับ รู้เยอะกว่านักวิทยาศาสตร์ด้วย-แต่ท่านรู้สึกว่า มันไม่ใช่ทางแห่งการพ้นทุกข์ที่เราจะไปรู้เรื่องอะไรในทางโลก..."


"เรื่องแสงนี่พระองค์ทรงตรัสรู้มาตั้งนานแล้ว-ที่เราเอาใช้ลง DVD อะไรพวกนี้นะ,คอมพิวเตอร์--สมัยก่อนภาพยนตร์เรื่องนึงเนี่ย-เราจะก๊อปปี้วิดีโอม้วนนึง-ใช้เวลา 2 ชั่วโมงใช่มั้ยครับ-ถ้าใครทันรุ่นเทปคาสเซ็ต-โอ้โห!กว่าจะก๊อปปี้เทปม้วนนึงไปอีกม้วนนึง 2 ชั่วโมง-แต่เดี๋ยวนี้เราใช้แสงฉายลงไปใช่มั้ยครับ-2 วินาที,ไม่ถึงด้วย-หนังทั้งเรื่อง,ก๊อปอีกม้วนนึงเข้าไปเลยใช่มั้ยครับ..."


แต่-"จิต"-เร็วกว่าแสงเป็นล้านเท่านะครับ-เพราะฉะนั้นการดาวน์โหลดของจิตเร็วกว่ามาก-หมายความว่า-ในช่วงเวลาที่เราใกล้จะเสียชีวิตเนี่ย-พอเกิดจุติจิตปุ๊บ-มันจะดาวน์โหลดกลายเป็นปฎิสนธิจิตทันที-ข้อมูลทุกภพชาติที่ผ่านมามันดาวน์โหลดเร็วกว่าแสงเยอะ..."


บางคนอาจจะงง!ว่า-เอ๊ะ!-นิมิตสุดท้ายก่อนตาย-มันจะเอาข้อมูลทั้งหมดของจิตเรา-"ข้ามภพ"-ได้ยังไง?--เอ่อ..มัน"เหนือมิติที่ 4 น่ะนะครับ-คือแสงนี่ยังอยู่ในมิติที่ 3 นะ-แต่เรื่องของจิตนี่,เหนือมิติที่ 4-เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงครับ--เสี้ยววินาทีสุดท้าย,ความรู้สึกสุดท้ายก่อนตาย-"คือความรู้สึกที่สำคัญที่สุด"-ที่จะทำให้เราไปสู่-"ภพภูมิใหม่"-ซึ่งแน่นอนว่า-ถ้าเป็นความรู้สึกดีๆก็ได้ขึ้นสวรรค์นะครับ..."


"ความรู้สึก"-กับ-"ความคิด"ไม่เหมือนกันนะครับ-บางคนคิดว่า-"เฮ้ย!อย่างนี้เราก็ทำเลวทั้งชีวิตสิ แล้วก่อนตายก็คิดดีๆ-ใช่มั้ย--ช่วงที่เราใกล้เสียชีวิตเนี่ย-"สมองจะไม่ทำงานนะครับ"--สมองไม่ทำงาน เพราะฉะนั้นเราจะฝืนคิดไม่ได้!!--มันจะเป็นไปตามความรู้สึกในจิตที่เราสะสมมาทั้งชีวิตนั่นแหละ"-เพราะงั้นไม่ต้องห่วงครับ-ใครทำไม่ดีก่อนตายก็ไม่มีทางบิ้วท์ความรู้สึกได้หรอกครับ-"มันไม่ใช่เรื่องที่จะบิ้วท์กันง่ายๆ"-เพราะฉะนั้นเรื่องจิตนี้เป็นอะไรที่"ซับซ้อนมาก"-ซับซ้อนมาก!!!"



ฉันคิดว่าควรจะแบ่งปันความรู้ดีๆนี้ให้พวกคุณด้วย-เพราะ"เพื่อนต้องรักและหวังดีต่อเพื่อนเสมอ"-ฉันจึงนำยูทูปของนายแพทย์ สม สุจีรา"ธรรมะวิทยาศาสตร์ 1 และ 2"-มาฝากพวกคุณในเย็นวันนี้-ฉันขอให้คุณเสียสละเวลาฟังให้จบทั้ง 1 และ 2-เพราะ "ธรรมะกับวิทยาศาตร์เป็นเรื่องเดียวกัน"


ไปละนะ  แล้วเจอกันใหม่








Friday, July 13, 2018

Everything has finished, Closed the Door then!!!


Youtube: เปิดใจอดีตหน่วยซีล ร่วมภารกิจถ้ำหลวง เผยนาทีหนีออกจากถ้ำหลังน้ำท่วมมิดเพดาน
Post by: เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร
Published on Jul 12,2018


5:16 p.m.
In my room


ฉันไม่ได้เขียนไดอารี่มาเกือบหนึ่งสัปดาห์-เหตุเพราะใช้เวลาติดตามข่าวหมูป่า 13 ชีวิต-ซึ่งในที่สุด-ทั้ง 13 หมูป่าและเจ้าหน้าที่ทุกคน-ก็กลับออกมาจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน-ได้อย่างปลอดภัย-ในเย็นวันที่ 10 กรกฎาคม 2561--และเป็นเรื่องน่าเศร้า-ที่พวกเราต้องสูญเสีย-จ.อ.สมาน กุนัน"จ่าแซม"-ไปในภารกิจครั้งนี้ด้วย--"โศกนาฏกรรม มักเป็นที่จดจำเสมอ"


เกือบจะในทันที-ที่เจ้าหน้าที่คนสุดท้าย-ได้ดำน้ำมาถึงศูนย์บัญชาการโถง 3 ซึ่งอยู่ภายในถ้ำ-เครื่องสูบน้ำก็เกิดขัดข้องขึ้น-ทำให้น้ำเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็วจนมิดเพดานถ้ำ-เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องรีบเก็บเครื่องมือสำคัญขึ้นที่สูง-และ-รีบออกจากถ้ำโดยเร็ว-ช่างบังเอิญจริงๆ!!--ทำไม-เครื่องสูบน้ำไม่ขัดข้องก่อนหน้านั้น-หรือ--ทำไม-เครื่องสูบน้ำไม่ขัดข้องหลังจากนั้น-และ-ทำไม--เครื่องสูบน้ำต้องเกิดขัดข้องขึ้นในทันทีที่เจ้าหน้าที่คนสุดท้ายได้ดำน้ำออกมาถึงโถง 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว-พอดี!!


มีสิ่งใดไล่ออกมาอย่างนั้น?--หรือ-เพื่อเตรียมความพร้อม-และสถานที่-ไว้สำหรับฤดูจำศีล-ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า--หลายคนคงจำกันได้-เมื่อครั้งที่พระครูบาบุญชุ่ม มาทำพิธีขอขมากรรมให้ 13 หมูป่าที่หน้าถ้ำ-ท่านกล่าวถึง-"เขา"!!-ท่านพระครูบาเจ้าบอกว่า-"เขาไม่ให้ออกมา"


ใครจะคิดเช่นไรฉันไม่รู้--แต่สำหรับฉัน--ฉันเชื่อว่าที่นี่คือบ้านของ-"เขา"--ท่านองค์หนึ่งซึ่งชำแรกแหวกแผ่นดินขึ้นมา-เพื่อตามหาลูกสาว-ซึ่งถูก-ท่านอีกองค์หนึ่งลักพาตัวมา-ยังที่แห่งนี้-"ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน"--ที่ซึ่งมิติเวลาซ้อนทับกันอยู่ภายในโลกคู่ขนานนี้-อย่างแน่นอน


#ย้อนอ่านเรื่อง-"เขา"และ"ท่านอีกองค์หนึ่ง"-ได้ใน Pandora23's Diary-June 26,2018



ไปนะ แล้วเจอกันใหม่

Friday, July 6, 2018

ประวัติ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร


Youtube:  ประวัติ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร
Post by:  Yee Phasouk
Published on May 1,2014


06:33 p.m.
In my room


อีกไม่กี่สัปดาห์-ก็จะถึงเทศกาลเข้าพรรษาแล้ว-พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสายพระกรรมฐาน-ต้องเตรียมหาสถานที่สัปปายะปลีกวิเวกเพื่อบำเพ็ญภาวนา-และ-ตามที่ทราบข่าวจากสื่อว่า-เมื่อเวลาประมาณ 5.00 นาฬิกา ของวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา--พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม-ได้ออกเดินทางปลีกวิเวกเพื่อบำเพ็ญภาวนา-ในป่า-ในถ้ำ-ปิดวาจาเป็นเวลา 3 เดือน-ตามจริตของพระคุณเจ้าแล้ว-โดยไม่มีใครรู้ว่าท่านจะไปที่ใด


พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม-ท่านเป็นพระโพธิสัตว์-ตั้งความปราถนาพุทธภูมิ-เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล--ท่านเคยขอลาพุทธภูมิแล้ว 3 ครั้ง-แต่ลาไม่ได้-เพราะได้รับพุทธพยากรณ์-จากพระพุทธเจ้าแล้ว-ท่านเป็นพระนิยตโพธิสัตว์(พระโพธิสัตว์แบ่งได้เป็น 2 คือ-พระนิยตโพธิสัตว์ คือ พระโพธิสัตว์ที่ได้รับพุทธพยากรณ์-จากพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งองค์ใดว่า-จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตอย่างแน่นอน--และ--อนิยตโพธิสัตว์ คือ พระโพธิสัตว์ที่ยังไม่ได้รับพุทธพยากรณ์-จากพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งองค์ใดว่า-จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตอย่างแน่นอน)--ท่านพระครูบาเจ้าบอกว่า-ถ้าท่านลาพุทธภูมิได้-ท่านจะเข้าพระนิพพานชาตินี้เลย--เพราะท่านพูดว่า-ท่านเบื่อการเกิด-เกิดมาแล้วก็เป็นทุกข์ทั้งสิ้น-ท่านบอกบรรดาลูกศิษย์ของท่านว่า-ถ้าเข้าพระนิพพานได้ก่อน-ให้เข้าพระนิพพานไปเลย


ซึ่งคำกล่าวที่ว่า-พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม-เป็นพระโพธิสัตว์นี้--พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ-และ-พระผู้มีอภิญญาหลายองค์-ได้บอกกล่าวให้พุทธศาสนิกชนทราบ-เช่น-หลวงปู่เทพโลกอุดร-หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ(ซึ่งท่านเป็นองค์อวตารของหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างไห้)


ถ้าพวกคุณเห็นคลิปในยูทูปหรือในสื่อต่างๆ-ในวันที่ 2 ที่พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม-มาทำพิธีที่หน้าถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน-พระครูบาเจ้าถือรูปท่านพ่อหลวง รัชกาลที่ 9-ไว้แนบอกตลอดเวลา-และ-พระครูบาเจ้าได้ให้บทสวดไต๋ซือไต๋ปุย-ของพระแม่กวนอิม-กับหน่วยซีล-เพื่อภาวนาภายในถ้ำ--ซึ่งทั้ง 2 พระองค์-อยู่ในภพภูมิพระโพธิสัตว์-เช่นเดียวกับพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม(บารมีเท่ากันจึงจะสื่อจิตถึงกันได้)


แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น-ทุกสรรพชีวิตที่เกิดมาในโลก-ล้วนมีเวรกรรมติดตัวมา-ไม่เว้นแม้แต่พระครูบาเจ้า-ในวันหนึ่ง-ที่ประเทศเนปาล-เมื่อครั้งที่ท่านไปจาริกแสวงบุญที่นั่น-ท่านรู้ด้วยวาระจิตว่า-ท่านจะต้องถูกทุบตีปางตายในตอนเช้า-สิ่งที่ท่านเตรียมพร้อมต่อเหตุการณ์นั้น-คือ-ท่านไม่ฉันจังหัน(มื้อเช้า)-และ-นั่งรอ-พร้อมที่จะรับกรรมนั้นด้วยความเต็มใจ!!


ทำไมพระพุทธองค์-จึงสอนให้พุทธบริษัท-ที่ต้องการบรรลุคุณวิเศษยิ่งๆขึ้นไป-ควรปลีกวิเวกทางกาย-เว้นจากหมู่คณะ-เพื่อให้เกิดจิตวิเวก-เป็นการมองเข้ามาที่จิตตนเองเท่านั้น-ก็จะ"รู้กาย เห็นจิต"-นั่นคือ-การบรรลุธรรม..นั่นเอง


พวกคุณเคย"ปิดวาจา"ไม่พูดกับใครๆเลยไหม?-ฉันหมายถึง-ในวันที่ไม่ต้องไปทำงาน-ซึ่งแน่นอนว่า-ถ้ายังอยู่ในสถานะของคนทำงาน-ย่อมปิดวาจาไม่ได้--แต่ฉันหมายถึง-ใน 1 วันหยุดของคุณ-บางคนบอก-โอ๊ย! ทำไม่ได้หรอก-แค่ 1 ชั่วโมง ฉันก็หงุดหงิดจะแย่-ยิ่งไม่ได้สไลด์มือถือเช็คเฟซแค่ 5 นาทีนะ-ยิ่งงุ่นง่านเลยละ-มันต้องพูดสิ ก็ไม่ได้เป็นใบ้นี่นา-และ-อีกร้อยแปดพันเก้า


ฉันอยากชวนพวกคุณลองมา"ปิดวาจา"กันสัก 1 วันดูนะ--ในชั่วโมงแรกๆ-อาจจะเป็นที่ขัดเคืองน่ารำคาญ-สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นชิน-แต่-เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง-จิตของคุณเริ่ม"นิ่ง"-และ-เริ่มเข้าสู่โหมด"สงบ"--คราวนี้-ลองส่องไฟเข้าไปสำรวจความคิด-ตามซอกหลืบ-ที่ซ่อนอยู่ภายในถ้ำของคุณดูสิ--บางที-คุณอาจจะพบเจอเนินใหม่ๆ-ที่คุณยังไม่เคยเห็น-และไม่รู้ว่า-มีเนินที่สวยงามเหล่านั้น-อยู่ภายในถ้ำของคุณ-ที่จะพาคุณไปพบกับความสงบ-ในแบบที่คุณไม่เคยพบมาก่อน-ก็เป็นได้


ป.ล.ฉันเคยปิดวาจาหนึ่งเดือน-ช่วงเข้าพรรษา ปี 2558-ตัดขาดจากโลกภายนอก-ไม่สนใจอินเตอร์เน็ต-ข่าวสารบ้านเมือง-ทำให้ฉันรู้ว่า-ภายในถ้ำของฉัน-มีเนินที่สวยงามแห่งนั้นซ่อนอยู่จริงๆ!! 


ขอให้ทุกคน-พบเจอสถานที่แห่งนั้นกันทุกคนนะ - แล้วเจอกันใหม่




Wednesday, July 4, 2018

"ถ้ำมืด" หรือ "ถ้ำปาฏิหาริย์" - อุบลราชธานี - เมืองบาดาล - เมืองลับแล


Youtube:  บุกพิสูจน์ "ถ้ำมืด" หรือถ้ำปาฏิหาริย์ ณ จ.อุบลราชธานี ที่เชื่อกันว่าลอดฝั่งไทยโผล่ฝั่งลาวได้
Post by:  พญานาค
Published on Jul 3,2017

02:28 p.m.
In my room


คืนวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 เวลาประมาณ 21:45 นาฬิกา-นับว่าเป็นวินาทีที่คนไทยทั้งประเทศรอคอยกันมาร่วม 1 สัปดาห์เศษๆ-เมื่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย-ได้รับรายงานจากหน่วยซีลว่า-ได้พบ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนแล้ว-และ-เวลาประมาณ 22:00 นาฬิกา-จึงได้รับรายงานการยืนยันจากหน่วยซีลอีกครั้งว่า-ได้พบ 13 ชีวิต-ในบริเวณที่เรียกว่า"เนินนมสาว"นั้น--เป็นความจริง!!


จากไทม์ไลน์ของทั้ง 13 ชีวิต-ที่ได้เข้าไปเที่ยวในถ้ำตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา-"พวกเขา"-ตั้งใจเข้าไปฉลองวันเกิดของ 1 ในสมาชิกของทีมที่นั่น-พร้อมเตรียมน้ำดื่ม,ขนมขบเคี้ยวไปด้วยจำนวนหนึ่ง--พวกเขาไปถึงที่ถ้ำแห่งนั้น-เวลาประมาณ 15.00 นาฬิกา-และ-เข้าไปภายในถ้ำหลังจากเวลาดังกล่าว


จากการเสิร์ชหาข้อมูล-เวลาเข้าเยี่ยมชมถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน-จาก-สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-ได้เคยให้ข้อมูลในเว็บไซต์ไว้ว่า-"ถ้ำหลวง"-จะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมพื้นที่ถ้ำ-ตั้งแต่เริ่มต้นช่วงฤดูฝน--เนื่องจากน้ำจะไหลเข้ามาท่วมภายในถ้ำ-ซึ่งจะไม่ปลอดภัย


ฉันเลยอดสงสัยไม่ได้ว่า-เริ่มต้นฤดูฝนของไทยนี่คือประมาณเดือนมิถุนายน-มิใช่หรือ--แล้วทำไมทางอุทยานแห่งชาติขุนน้ำนางนอน-ยังไม่ประกาศปิดห้ามเข้าเยี่ยมชมถ้ำอีก


และทั้ง 13 ชีวิต-เป็นคนในพื้นที่-ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเชียงราย-และรู้ลักษณะโครงสร้างภายในถ้ำอยู่บ้างพอสมควร-เพราะเคยเข้าไปในถ้ำหลายครั้ง-ซึ่งก็ต้องรู้ว่า-ในช่วงเวลานี้ของประเทศไทย-คือฤดูฝน-และมีฝนตกชุกในเขตภาคเหนือ--จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า-ถ้าฝนตกหนัก-น้ำฝนจะทำให้น้ำภายในถ้ำสูงขึ้น--"พวกเขา"-ประมาทกับชีวิตเกินไป!!


ฉันอยากให้ทุกคน-มองสิ่งต่างๆในทุกมุม-ทุกด้าน-ทั้งทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี-และ-ทางความเชื่อของอีกมิติหนึ่งในโลกคู่ขนาน-ลองมองสิ่งต่างๆ แบบกระจก 6 ด้านกันดูบ้าง-ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่นา


พระอาจารย์สายป่าองค์หนึ่ง-ท่านให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของ"เมืองบังบด"ไว้เป็นวิทยาทานว่า--ประตูมิติเวลาของเมืองบังบด-จะเปิดหลังจาก 17:00 นาฬิกา-และ-1 วัน ในมิติบังบด เท่ากับ 7 วัน ในมิติมนุษย์--พระอาจารย์สายป่าองค์เดิมท่านยังบอกอีกว่า-ชาวบังบดจะยอมปล่อย 13 หมูป่าออกจากถ้ำ-ภายใน 7 วัน ในมิติของเมืองบังบด!! 



ฉันมานั่งวิเคราะห์แบบบ้านๆ--13 ชีวิตหมูป่า-ติดอยู่ในกลางถ้ำ-ช่วงเวลาประมาณ 17:00 นาฬิกาไปแล้ว-ในขณะที่ด้านนอกถ้ำฝนตกหนัก-น้ำภายในถ้ำเริ่มสูงขึ้นจนปิดทางเข้า-ทำให้ต้องเดินลึกเข้าไป--เวลาผ่านไป 7 วันในมิติมนุษย์-ยังหาตัวทั้ง 13 ชีวิตไม่พบ-มาพบเจอในวันที่ 9-หลังจากการทำพิธีขอขมากรรม-และ-แผ่เมตตาให้กับสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น-ที่อยู่ในอีกมิติหนึ่งภายในถ้ำ


แม้แต่นักดำน้ำถ้ำชาวอังกฤษ มิสเตอร์ จอห์น โวลันไทน์-ยังบอกว่า-ถ้าเชือกที่เขานำไปปักตามแนวดินของถ้ำ-เพื่อใช้เป็นเชือกแนวเกาะ-ให้นักดำน้ำและหน่วยซีลอื่นๆดำตามกันมา-ไม่ให้หลงถ้ำ-และถูกกระแสน้ำเชี่ยวพัดไป-ไม่หมดลงเสียก่อน--และ-ในจังหวะที่ปลายเชือกหมดลง-ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นสู่ผิวน้ำ-ณ วินาทีนั้นเอง-เขาก็ได้พบดวงตา 13 คู่ของทั้ง 13 ชีวิต


"พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า-ทุกสิ่งในโลกนี้ไม่มีคำว่าเหตุบังเอิญ"--แต่-ในขณะนี้ทั้ง 13 ชีวิตยังคงอยู่ภายในถ้ำเป็นวันที่ 11--ถ้าคำที่พระสายป่าองค์นั้นเป็นจริง-วันที่ 7 ในมิติของเมืองบังบด-จะเท่ากับวันที่ 11 สิงหาคม ในมิติของเมืองมนุษย์


วันนี้ในเวลาประมาณ 18.00 นาฬิกา-พระครูบาบุญชุ่ม กลับมาทำพิธีขอขมากรรม-และ-แผ่เมตตาให้กับสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น-ที่อยู่ในถ้ำหลวงนี้อีกครั้ง-พร้อมนำผ้าไตร 13 ชุดมาด้วย--ฉันก็ขอภาวนาว่า-อานิสงค์ผลบุญของผ้ากาสาวพัตร-คงจะทำให้ดวงวิญญาณที่อยู่ในโลกอีกมิติหนึ่ง-กล่าวอนุโมทนารับเอาผลบุญในครั้งนี้ด้วย เทอญ


เรื่องเมืองบังบดนี้-เคยเกิดขึ้นมาแล้ว-ตามคลิปที่ฉันนำมาฝาก-"เมืองบาดาล"-และ-"เมืองบังบด"-มักจะอยู่ร่วมกันเสมอ-ในโลกอีกมิติหนึ่ง-ซึ่งมนุษย์กายหยาบ-ที่ยังไม่ละกิเลส-ไม่สามารถพบเจอได้-นอกจาก-บุคคลผู้มีบุญสัมพันธ์-หรือกรรมผูกพัน-กับมิตินั้นเท่านั้น-ที่จะสัมผัสกับสิ่งเหล่านั้นได้--และใครก็ตามที่ไม่เคยพบเจอ-หรือไม่สามารถสัมผัสได้-ก็จะหัวเราะ-และ-มองว่าเป็นเรื่องตลกไร้สาระสำหรับมนุษย์-ในยุค 4.0 


นอนก่อนนะ ฝันดีกันทุกคน


Sunday, July 1, 2018

"กรณียเมตตสูตร" - เป็นที่รัก ของ เทวดา-มนุษย์-อมนุษย์-ภูติ-ผี-ปีศาจ-- Sabbe Satta


Youtube: กรณียเมตตสูตร ๙ จบ (แผ่เมตตาแก่เทวดา) ช่วยให้เทวดาคุ้มครอง ปกป้องรักษา (บทสวดและคำแปล)
Post by: Dekwat Channel
Published on Mar 15,2017


12:21 a.m.
In my room


ถึงวันนี้ 2 กรกฎาคม 2561-เข้าสู่วันที่ 9 แล้ว-ถ้านับจากเย็นวันที่ 23 มิถุนายน 2561--13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน-ก็ยังไม่กลับออกมา-เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน-ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ-รวมกำลังช่วยเหลือกันอย่างเต็มความสามารถ-เพื่อให้ภารกิจในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้โดยเร็วที่สุด


เมื่อวันศุกร์ ที่ 29 มิถุนายน 2561--สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปรินายก(อัมพร อัมพโร)-ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ-ทรงอาราธนาพระสงฆ์ให้นำพุทธศักราชแผ่เมตตา-ด้วยการเจริญ "กรณียเมตตสูตร" ด้วยทรงห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง-พระองค์ทรงประทานพร-ให้ช่วย 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำหลวงสำเร็จ--ความว่า.. 

"อาตมาภาพ-ขอถวายอนุโมทนา-และ-ขออนุโมทนา-อีกทั้งเชิญชวนชาวไทยจงร่วมกันเจริญ "กรณียเมตตสูตร"--และศึกษาความหมายแห่งพระสูตรนั้นให้กระจ่างใจ-เพื่อประมวลเป็นกำลังจิต-อันถึงพร้อมด้วยเมตตาธรรมไม่มีประมาณ-เพื่อยังความสวัสดีของทุกชีวิต-ในเหตุการณ์ดังกล่าวเถิด--ขออำนวยพร-ให้ผู้ประสบเหตุ-และผู้ปฏิบัติหน้าที่เข้าช่วยเหลือทุกคนจงเจริญสวัสดิภาพประสบผลสำเร็จในภารกิจที่มุ่งหมายทุกประการ..เทอญ"


ความหมายของบทสวด-"กรณียเมตตสูตร-หรือ-บทเมตตัญจะ-หรือ-กรณียเมตตปริตร"


สวดแล้วเทวดารัก-ภูติผีไม่รบกวน-ทำให้หลับเป็นสุข-ตื่นเป็นสุข-ไม่ฝันร้าย-เป็นที่รักของมนุษย์-และ-อมนุษย์ทั้งหลาย-ทั้งเทพพิทักษ์รักษา-ไม่มีภยันตราย-จิตเป็นสมาธิง่าย-ใบหน้าผ่องใส-มีสิริมงคล-ไม่หลงสติในเวลาเสียชีวิต-และ-เป็นพรหม-เมื่อบรรลุเมตตาญาณ


เรื่องมีว่า--สมัยหนึ่งจวนเข้าพรรษา-ภิกษุจำนวนหนึ่ง-กราบทูลลาพระพุทธเจ้า-เพื่อไปอยู่จำพรรษาในป่าลึกแห่งหนึ่ง--เหล่ารุกขเทวดาคิดว่า-พระคุณเจ้าคงพักชั่วคราว-ไม่กี่วันก็จะไป-จึงพากันลงมาอยู่บนพื้นดิน-เพื่อถวายความเคารพแก่พระสงฆ์


แต่เมื่อรู้ว่า-พระคุณเจ้าอยู่ที่ป่านี้ตลอดพรรษา-จึงปรึกษากันว่า-พวกเราจะต้อง"ไล่"พระท่านไป-ไม่เช่นนั้นจะลำบากมาก-ที่จะต้องมาอยู่บนพื้นดินอย่างนี้--จึงพร้อมใจกัน"หลอกหลอน"ภิกษุ-ที่ไปนั่งกรรมฐานที่ใต้ต้นไม้บ้าง-ในถ้ำบ้าง-จนท่านอยู่ไม่เป็นสุข--พระก็กลัวผี-ว่าอย่างนั้นเถอะ!--จึงตกลงกันกลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า-กราบทูลเรื่องราวให้ทรงทราบ


พระพุทธองค์ตรัสว่า--"พวกเธอมิได้เอาอาวุธติดตัวไปด้วย จึงถูกผีหลอกหลอน"--เมื่อกราบทูลถามว่า อาวุธชนิดไหน-พระองค์ก็ตรัสว่า--"อาวุธ คือ ความเมตตา"--ว่าแล้วก็ทรงสวด"กรณียเมตตสูตร"ให้ฟัง-แล้วมีพุทธบัญชา-ให้กลับไปยังป่านั้นอีก-และ-ให้สวดทันที-ที่เดินเข้าป่า-และ-สวดทุกวัน


ภิกษุเหล่านั้นก็ทำตามพุทธโอวาท-บรรดาผีสางทั้งหลาย-ได้ยินบทสวด-ก็มีจิตใจอ่อนโยน-รักใคร่ในพระสงฆ์-ไม่หลอกหลอน-ทำให้ท่านอยู่ในป่า-ได้อย่างผาสุก--พระภิกษุได้สัปปายะเจริญธรรม-สำเร็จอรหัตผลถ้วนทั่วกัน--เพราะเหตุว่า-เนื้อหาของบทสวด-เป็นการแผ่เมตตาความรักปราถนาดี-แก่เหล่าเทวดาในป่า-และ-แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย-ซึ่งท่านก็จะมีไมตรีจิตตอบ-และถวายการอารักขาให้ผาสุกกัน


จึงกลายเป็นธรรมเนียมว่า-เมื่อผ่านศาลเจ้าเทพารักษ์-หรือต้นไม้ใหญ่-ที่มีชนนับถือ-ให้ภิกษุเจริญสามีจิกรรม(การแสดงความเคารพตามธรรมเนียมของพระเณร ระหว่างผู้ใหญ่กับผู้นอย)-เจริญเมตตากรณียสูตร-บ้างเรียก"มนต์ขับผี"--ปัจจุบันนำไปสวดรวมกับเจ็ดตำนาน-สิบสองตำนาน-เรารับฟังเนืองๆแต่ไม่เข้าใจความหมาย--บทนี้ใช้ได้ดีทีเดียวเวลาไปนอนป่า-หรือ-ที่ไม่คุ้นชิน--ทำให้นอนหลับง่าย-และ-ทำให้จิตสงบได้


ท่านผู้เจริญเมตตาจิต-ที่"ละ"ความเห็นผิดแล้ว-มีศีล-มีความเห็นชอบ-ขจัดความใคร่ใน"กาม"ได้--ก็จะไม่กลับมาเกิดอีกเป็นแน่แท้--สาธุ-สาธุ-สาธุ!!! 

(CR: https://palungjit.org 'ในห้องบทสวดมนต์-คาถา' ตั้งกระทู้โดย-sphimtha,27 เมษายน,2013) 


ไปนะ แล้วเจอกันใหม่






Friday, June 29, 2018

H - O - P - E -- อีกวัน-สองวัน-ก็เจอแล้ว


Youtube: แต่ปางบรรพ์! ครูบาบุญชุ่มข้ามโขงเดินทางมายัง #ถ้ำหลวง หวังโปรด 13 ชีวิต *โปรดใช้วิจารณญาณ* 29/06/61
Post by: เป็นข่าว
Published on Jun 29,2018


01:32 a.m.
In my room


"คุณณัฏนุช ประเสริฐทอง"-เธอเป็นเจ้าของร้านปูอลาสก้า เชียงดาว-ได้โพสต์เฟซบุค-เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน-เวลา 17.22 น.-ว่า--"เชฟฝันว่า-เจ้านางดอยนางนอน-อยากให้ครูบาบุญชุ่มมาโปรด-แล้วนางจะให้เจอน้องๆ 13 คน-ขออฐิษฐานให้ท่านครูบาแผ่เมตตาด้วยเทอญ#ไม่ได้รู้จักครูบาแต่ฝันแบบนี้แปลกดี-จึงได้ขออฐิษฐาน-และ-ขออุทิศส่วนบุญกุศล-เท่าที่เคยทำ-ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน-ขอให้คำอฐิษฐานนี้-สัมฤทธิ์ผลด้วยเทอญ"


"ในฝันเจ้านางบอกว่า-รอคอยครูบามานานกว่า 300 ปี-อยากให้มาปลดปล่อยนาง-แล้วนางจะให้เจอ-ไม่งั้น-เจ้านางจะไม่ยอม--ในฝันพระนางทรงกริ้วมาก!!-พระนางบอกไม่เอาของเซ่นไหว้-พระรูปอื่นก็ไม่เอา-พระนางมีกรรมติดกับครูบาชุ่มเท่านั้น--ในฝันเจ้านางบอกชื่อ-"เจ้านางน้อยปิ่นคำ"-ผมยาวถึงเข่า-ใส่กำไลเท้าขวากลมๆข้างเดียว-พระรูปมีเค้าความงาม-หน้าตาท่านเหมือนทุกข์ระทม-และโกรธติ้ว-ดวงตาท่านแดงเหมือนร้องไห้อย่างหนัก-เท้าเจ้านางเปื้อนโคลนถึงน่อง-ท่านเศร้ามากๆ#ทุกอย่างที่เขียนนี้ฝันนะคะ-ในคืนเพ็ญพุธ-ตอนตี 3"


"ทำไมพระนางถึงเลือกก่อเหตุในจังหวะนี้-เป็นเพราะว่า-ครูบาท่านตัดขาดจากอดีตทั้งปวง-ไม่ยึดติดอะไรทั้งนั้น-มุ่งสู่พระนิพพานอย่างเดียว-พระนางบอกร้องเรียก-แต่ท่านตัดขาด--นางรอแล้ว-รอเล่า-ขอให้ได้พบ-และ-ปลดปล่อยพระนาง-แต่ท่านพระครูบาไม่มา--พอเด็กเข้าถ้ำปุ๊บ-ก็เลย-ปิดถ้ำด้วยน้ำโคลนเลย-นางจะพบเจอให้ได้-แม้ว่าจะต้องก่อกรรมทำเข็ญมากน้อยเพียงใด-นางก็จะทำ-เพื่อให้ได้พบท่านครูบา--เสียงร่ำไห้ของพระนาง-ยังคงก้องเต็มสองหู"


"สาธุ--พระครูมาแล้ว-เชฟก็ได้เล่าแล้ว-ขออฐิษฐาน-ขอให้พระนางได้โปรดปล่อยเด็กที่น่าสงสาร--ขอให้พระนางพ้นจากทุกข์-พ้นจากความทรมานทั้งปวง-สาธุ-สาธุ-ขอให้ฝันเป็นจริง"


คุณณัฏนุชยังได้ไลฟ์สดในเฟซบุคเพิ่มอีก--"ฟ้าจะเปิด-ถ้าท่านพระครูบามา-ในฝันบอกว่าอย่างนั้น--ปริศนาในฝันบอกว่า--เด็กๆ จะอยู่หลังม่านน้ำ-หรือ-หินงอกหินย้อยที่เป็นรูปม่านน้ำลงมา-แล้วจะมีปล่องข้างบน-ต้องเข้าไปหลังม่านน้ำ-เลี้ยวขวา-วนเข้าไป-แล้วเด็กๆ จะอยู่ที่นั่น!!!--ที่เชฟมาพูดนี่ก็ไม่ได้ว่าจะหวังผลอภินิหารอะไร-ก็เล่าให้ฟังว่า-มันฝันแบบนี้เองค่ะ--ถ้าไม่ได้พูดออกมา-ก็อาจจะค้างคาใจว่า-สิ่งที่เราได้เห็นในฝัน-ถ้าเราไม่พูดออกมา-ก็จะไม่มีใครได้รับรู้--ก็อย่างน้อย-ถ้าวันนี้-ท่านพระครูท่านรับอาราธนา-ท่านมาได้-ก็จะเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพุทธศาสนิกชน-ขอให้ฟ้าเปิด-ถ้ำเปิด-ขอให้พบเด็กๆ-ขอให้ทุกคนช่วยส่งกำลังใจ-ในครั้งนี้ร่วมกันนะคะ-สวัสดีค่ะ"


และแล้ว-"ความหวัง เหนือ กาลเวลา"--พระอาจารย์ปู่ครูบาบุญชุ่ม-ลงเรือแล้ว-กำลังมุ่งหน้ามา-"ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน"


ในเย็นวันที่ 29 มิถุนายน 2561-เวลาประมาณ 20:20 น.-"พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร"-แห่งวัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง รัฐฉาน ประเทศพม่า-ได้เดินทางมายังวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ตำบลผาโป่ง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย-เพื่อประกอบพิธีขอขมาเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าป่าเจ้าเขา-พร้อมทั้งขอบิณฑบาตทั้ง 13 ชีวิตกับเจ้าแม่เขานางนอน-เพื่อให้ทั้ง 13 ชีวิตกลับบ้านอย่างปลอดภัย


มีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้น-ก่อนพิธีเรียกขวัญ-ตามความเชื่อทางศาสนาของไทย-ร่วมกับ-พิธีกรรมของทางไทใหญ่-จะเริ่มขึ้น--จู่ๆ-ก็มีไก่ป่า 2 ตัว-เดินออกมากินของเซ่นไหว้-ตามมาด้วย-หมูป่าตัวน้อย-ก็เดินออกมากินของเซ่นไหว้-เช่นกัน--ซึ่งเมื่อพระครูบาเดินทางมาถึง-ฝนที่ตกอยู่-ก็ได้หยุดตกในทันที-ที่พิธีเริ่มขึ้น-ในระหว่างพิธีกรรม-มีการสวด-และสั่นระฆังตลอดเวลา

เมื่อพิธีกรรมเสร็จสิ้นลง-พระครูท่านไม่ได้เดินลงไป-ทางบันไดที่ท่านขึ้นมา-แต่-ท่านเดินอ้อมลงไปทางทิศใต้-ก่อนที่จะเดินวนออกไปทางด้านข้าง-ราวกับว่าจะสื่ออะไรบางอย่าง--พระครูบาได้กล่าวว่า-เด็กทั้ง 13 คนนั้นยังปลอดภัยทุกคน-ที่สำคัญคือ-เด็กๆอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ทำพิธี-ในฝั่งทิศใต้-แต่-"เขา!!"-บังตาไม่ให้เห็นเด็กๆ เพียงแต่บอกไม่ได้ว่า-"เขา คือ ใคร?"-อีกวัน,สองวัน-น้องจะกลับออกมา


"วัน-สองวัน-อาจจะได้เห็น-ยังอยู่-ยังอยู่-ทุกคน"-พระครูบาท่านบอกลูกศิษย์-ก่อนที่รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน กย 9013 เชียงราย--จะขับพาท่านออกไป


เป็นที่ฮือฮา-ของบรรดาคอหวย-กับเลขท้ายของทะเบียนรถที่พระครูบานั่งมา-คือ-13-ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญกับที่พวกเราทั้งประเทศต่างรอคอย-13 ชีวิต-ที่จะกลับออกมาอย่างปลอดภัยจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน-ในอีกวัน-สองวันนี้-ดังคำที่พระครูบาท่านบอก--คนขับรถของพระครูบา-กล่าวว่า-รถคันนี้ไม่ได้ตั้งใจเลือกมาให้ตรงกับตัวเลขของผู้สูญหายแต่อย่างใด-เนื่องจาก-พระครูบาท่านใช้รถ-และ-ใช้เลขทะเบียนนี้มา-3 ปี-แล้ว


พวกคุณมาลุ้นกับฉันไหม-ว่า-ทั้ง 13 ชีวิต-จะออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัย-ในวัน"เสาร์ ที่ 30"- ซึ่งเป็นวันของพญานาค-หรือ-ในวัน"อาทิตย์ ที่ 1"-ซึ่งเป็นวันของพญาครุฑ"!!!


-- คืนนี้ไม่มีคำลงท้าย -- 




In this world there is no coincidence--ในโลกนี้ไม่มีเหตุบังเอิญ


Youtube: อย่าให้เลยคืนวันศุกร์! ส่งจิต เปิดทางหินบังตา 13 หมูป่า ติดถ้าหลวง ขุนน้ำนางนอน
Post by: TBB - Story - มีเรื่องมาเล่า
Published on Jun 28,2018


5:55 p.m.
In my room


น้องพร-หรือ-นาคน้อยคำชะโนด-"ร่างทรงเจ้าปู่ศรีสุทโธ"-นางรำแก้บนในดินแดนลี้ลับคำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี--ให้สัมภาษณ์กับสื่อ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ว่า


"หนูเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะนำตัวน้องๆออกมาได้ไม่เกินคืนวันศุกร์นี้ ซึ่งทุกคนยังมีชีวิตรอด..แต่มีอาการอ่อนเพลีย--ซึ่งต้องยอมรับว่า 1 ใน 13 จะมีอาการหนักสุด!!-เพราะไปลบหลู่พื้นที่--มันเป็นเคราะห์กรรมของเขา-ชะตาได้ลิขิตมาแล้ว-ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้ว-เหมือนมีสิ่งดลใจให้ทั้ง 13 ชีวิตมารู้จักกัน--เมื่อถึงเวลาประจวบเหมาะ-ผู้ที่มีวุฒิภาวะสูงสุดจะชักนำทุกๆคนเข้าไปวนเวียนอยู่ในถ้ำนี้--ทุกอย่างมันไม่ใช่ความบังเอิญ-ไม่ใช่อุบัติเหตุ--แต่ผู้ที่นำทีมเข้าไป-เป็นคนที่ชอบความลี้ลับ-ชอบความเงียบสงบ-และเป็นนักผจญภัย-การที่เขานำเด็กๆเข้าไปสนุกร่วมกัน-เพราะในถ้ำมันก็มีบรรยากาศที่น่าค้นหาอยู่-จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น--ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว!!"


น้องพร-ยังยืนยันว่าจะรำอฐิษฐานส่งจิต-และนั่งสมาธิแผ่กุศลไปยัง 13 ชีวิต--เพื่อเปิดหินปากถ้ำ-ที่ปิดขวางบังตาเจ้าหน้าที่-ให้เคลื่อนตัวออก-เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้พาทุกคนให้รอดปลอดภัยออกมาพร้อมๆกันในคืนวันศุกร์นี้--ใครไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เป็นดีที่สุด-ผ่านไป 5 วันแล้ว-วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี-ก็ยังไม่สามารถทำให้ค้นพบ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำได้เลย-แต่ถ้า-คืนวันศุกร์นี้-เจ้าหน้าที่ยังค้นหาน้องๆไม่พบ--ชีวิตในถ้ำก็เริ่มจะน่าเป็นห่วง!!!--(CR: www.thairath.co.th)



Photo By: Sanook News
ฉันอ่านพบข้อความแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ-และ-ถ้อยคำหยาบคายมากๆ-ที่กล่าวพาดพิงถึง-คุณริว จิตสัมผัส-และ-คุณเจน ญาณทิพย์-ในหลายๆยูทูป--ในทำนองที่ว่า-ทำไมไม่ใช้จิตสัมผัส-หรือ-ญาณทิพย์-ช่วยตามหาน้องๆทั้ง 13 คน---"ดีแต่บรรเทาทุกข์ให้ผี แล้วทำไมไม่บรรเทาทุกข์ให้คน--เกงแต่ในจอ พอเจอของจริงถึงกับเงิบ--ไปรับยาที่ช่อง 4--เป็นคู่หูจอมลวงโลก" ฯลฯ(พวกเขาขยี้ทั้งสองด้วยภาษาสมัยพ่อขุนรามคำแหง) 
     



ในโลกออนไลน์-ทุกคนสามารถเป็นนักข่าว-และ-นักวิจารณ์กันได้อย่างง่ายๆ--เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน-และ-มีหลากหลายช่องทางในการแพร่ภาพ-แต่-คนส่วนมากไม่ได้ระมัดระวังคำพูดคำวิจารณ์ที่ได้พิมพ์ลงไปในช่องแสดงความคิดเห็น--และ--มีบางคนที่รู้สึกสะใจในการกระทำนั้นเสียด้วยซ้ำไป


Photo By: Google
คนที่มีพลังพิเศษ-มีญาณพิเศษ-อย่างคุณริว และคุณเจน--ก็เป็นคนธรรมดาๆ-ที่ยังต้องทานข้าว-ปวดท้องเข้าห้องน้ำ-เดินไปเดินมามาบนพื้นดิน-และ-หายใจเข้าออกด้วยก๊าซออกซิเจน-แบบเดียวกับที่พวกเราทำ--จิตสัมผัสหรือญาณวิเศษ-ที่มีนั้น-ต้องได้รับการอนุญาตจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนให้เปิดเผยได้--เมื่อถึงวาระและเวลา
                                                                                  


คุณริว-บรรเทาทุกข์ให้กับผู้ร่วมรายการนั้น-ก็เพราะพวกเขา-ถึง-วาระและเวลา-ที่จะได้รับการบรรเทาทุกข์แล้ว--บางเหตุการณ์ที่คุณริว-และ-คุณเจน-ไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็น-ทั้งสองท่าน-ก็ต้องเลี่ยงที่จะตอบ-เพราะเป็นความลับสวรรค์--ทุกสิ่งอย่างต้องเป็นไปตามวิบากกรรม



"กัมมุนา วัตตตีโลโก-สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"  แล้วเจอกัน












Thursday, June 28, 2018

รวมประสบการณ์ ผู้รอดชีวิตจากอาถรรพ์ติดอยู่ใน "ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน"


Youtube: ขนลุกสุดๆ!! รวมประสบการณ์จริง ผู้รอดชีวิตจากอาถรรพ์ติดอยู่ในถ้ำหลวง "ขุนน้ำนางนอน"
Post by: plodlock-ปลดล็อค
Published on Jun 27,2018


7:07 p.m.
In my room


พวกคุณคงเคยได้ยินคำถามเหล่านี้มาบ้าง-เช่น-"สิ่งลี้ลับมีจริงไหม?-มีโลกคู่ขนานในมิติอื่นจริงหรือ?-เมืองบังบดอยู่ที่ไหน?"-และคำถามอื่นๆในทำนองนี้-อีกมากมาย--ถ้าถามฉัน-ฉันไม่รู้หรอกว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริงหรือไม่-แต่-ฉันรู้ว่า-ฉันสัมผัสสายลม-ยามที่กระทบผิวกายได้--แม้จะไม่มีรูปร่างตัวตนให้เห็นด้วยตาเปล่า


จากเย็นวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา-จนกระทั่งถึงเย็น-วันที่ 28 มิถุนายน-ทั้ง 13 ชีวิตก็ยังไม่กลับออกมาจาก"ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน"-และ-พวกเราทั้งประเทศยังอฐิษฐานและภาวนากันต่อไป-อย่างมีความหวัง


ฉันนำเรื่องราวจากยูทูป-ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรง-ของพระอาจารย์ท่านหนึ่งจากพุทธอุทยานบุญญพลัง อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี-ที่เคยเดินทางเข้าไปที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน-และได้เผชิญเรื่องราวลี้ลับ-เกี่ยวกับอาถรรพ์ของถ้ำแห่งนี้-ซึ่งได้เปิดเผยกับทีมข่าวปาฏิหาริย์--มาเล่าสู่กันฟัง


โดยพระอาจารย์ท่านเล่าว่า--"ถ้ำหลวงแห่งนี้ ข้าเคยพาพวกเราเข้าไปกัน--ครั้งนั้นเข้าไปกันราว 40 คนเศษ-ที่เข้าไปก็เพราะ..มีพลังงานที่เป็นวิญญาณที่ถ้ำขุนน้ำนางนอน เขาขอให้เข้าไป--บริเวณแถวนั้นมันติดๆกัน มีหลายถ้ำมากมายยาวติดกันไปเป็นเทือก-ออกไปถึงพม่าได้-สมัยก่อนใช้เป็นทางหลบหลีกหนีกองทัพ-หนีภัยยามบ้านเมืองเกิดสงคราม-และเป็นที่ทำพิธีตัดไม้ข่มนาม-บวงสรวงให้แผ่นดินปลอดภัย


ตอนแรกนั้น-ที่เราทำพิธีถวายองค์พระเพื่อแผ่นดิน-ให้แก่เหล่าเทวาที่นั่น-เพื่อความผาสุกแก่เหล่าอดีตวิญญาณและเทพารักษ์--ซึ่งวันนั้น-เราไปกันเยอะ-ที่ไปกันเยอะนี่-ก็แค่อยากจะไปเห็นเหล่าผีเข้าพวกเรานั่นแหละ-มันอยากเห็นคนโดนผีเข้า-อยากรู้ว่าผีจะพูดอะไร-อยากรู้อะไรที่ไม่เคยเห็นไม่เคยฟัง-พูดง่ายๆว่า-อยากเสือกเรื่องของผีเขา-เสือกนี่-เป็นอาหารว่างรสชาติดี--แต่ทว่า!.วันนั้น-เหล่าผีเทวาชั้นสูงมีบุญบารมีเขาลงมารับบุญกุศลเอง-เหล่าชั้นรองๆลงไป ก็เลยไม่กล้าออกมาแหยม


แต่วันนั้นผีเยอะ-เข้ามารับบุญกุศลเยอะ--ผีเข้าเหมือนกัน--แต่เข้าแล้วนั่งสงบเสงี่ยมเป็นนางสาวไทย-ไม่ร้องไห้ฟูมฟายแบบครั้งก่อน-พูดมากไป คนมันก็จะดราม่าอีก-เคยเล่าให้ฟังไปแล้ว


เมื่อทำพิธีเสร็จ-มีวิญญาณพราหมณ์เจ้าพิธีดูแลถ้ำ-ได้เชิญให้ข้าเข้าไปเยี่ยมเยือนถ้ำใหญ่-ถ้ำใหญ่นี่ก็คือถ้ำหลวงนี่แหละ-เขาอยากให้ข้าไปกัน-"ที่นั่นเป็นบ้านเป็นเมืองที่เขาอาศัย"-ข้าเลยตกลง-ไป--อยู่ตรงไหนก็ยังไม่รู้--ที่ถ้ำหลวงนั้น-คนของเราเคยเป็นหัวหน้าป่าไม้ที่นั่น


ที่นั่น-มี-"เจ้าแม่เฝ้าถ้ำ"-ซึ่งก็เป็นพลังงานที่แรงอยู่เหมือนกัน-ข้าขนหัวลุกตั้ง--เมื่อไปถึง-วิญญาณเชิญให้เดินทางเข้าไป-ข้าก็เลยนำทางเข้าไป--ถ้ำกว้าง-มืด-และ-ลึก-มีอากาศถ่ายเท-แสดงว่าต้องมีทางทะลุออกไป--เราเข้าไปลึก-จนถึงเส้นทางที่เพดานถ้ำต่ำ-ต้องคลานเข้าไป--เมื่อหลุดพ้นจากถ้ำเพดานต่ำ-ก็จะเจอถ้ำเป็นโถงใหญ่-มีหลายช่องทาง-เป็นถ้ำเล็กถ้ำน้อยมากมาย


หลังจากนั้น--ข้ามาคิดดูแล้ว-พวกเรามากันมากมาย-อาจจะหลงพลัดพรากจากกันได้--ข้าก็เลยหันหลังกลับ-พอหันหลังกลับ-"เมียเจ้า-นักรบที่เป็นพม่า"-ก็ร้องกรี๊ดเสียงดัง-ร้องห่มร้องไห้-โกรธเคือง-น้อยอกน้อยใจ-ว่าทำไมหลวงพ่อเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว-ไม่ไปโปรด-ไม่ไปเยี่ยม-เหล่าลูกหลานที่รอคอยมานานแสนนานเล่า-กลับทำไม-ทำไมไม่ไปต่อให้ถึงจุดรอคอย-"พวกเขา"-ต่างรอคอยอยู่ที่นั่น


แต่ข้าไม่สนใจหรอก--ผีทั้งนั้น!!-ไม่ไหว-เกิดพูดไม่รู้เรื่องกันขึ้นมา-วิ่งกันน้ำบานเลย-มืดซะด้วย--ข้าหันหลังกลับ-มันก็ร้องไห้คร่ำครวญ-คุกเข่าตรงนั้นแหละ-ทุกคนคิดว่า-นางสติแตก-ร้องห่มร้องไห้โวยวายที่ไม่ไปต่อ--นั่นมันผีนะเว้ยเฮ้ย!!-ผีเจ้า-เอาแต่ใจ-ข้าเดินสวนกลับ-แต่มีบางคนยัง-"เดินทื่อ"-จะเข้าไปให้ได้-ทุกคนก็พยายามร้องเรียก-ว่าหลวงพ่อกลับแล้ว-แต่เจ้านั่นรู้สึกว่าจะเป็น-เจ้านพ,เจ้านกฮูกหรือไง-ดันไม่ได้ยิน--ที่สำคัญ--พวกนี้มันไม่ได้มองเห็นว่า-"มืด"-อย่างที่พวกเราเห็นว่ามืด--พวกนี้มันเห็นว่าหนทางมัน-"สว่าง"


ข้าเห็นความไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง-จึงหวนเดินกลับ-เดินไป-แผ่เมตตาไป--สักพักก็ได้ยินว่า-พวกที่เดินเข้าไปนั้น-วกกลับออกมาแล้ว--ข้าจึงให้ทุกคนมารวมตัวกัน-แล้วปิดไฟทุกดวง--ความมืดสนิทก็เข้ามาครอบงำ-ทุกคนจึงเห็นชัดว่า-ภายในถ้ำนั้นมันมืดสนิทมองไม่เห็นอะไรเลย--ข้านำขอขมากรรมต่อผืนแผ่นดิน-และนำทุกคนสวดมนต์พุทธัง--ในความมืดนั้น-ข้าน่ะ-มองเห็นทุกคน-ข้าจึงเดินไปหาป๋าเอ๋-ที่แกแอบนั่งอยู่บนก้อนหิน-กะไปแกล้งป๋าเอ๋-แกนั่งห่างจากกลุ่มราว 50 เมตร-พอดีสวดมนต์กันเสร็จ-จึงพากันแผ่เมตตา--บางคนบอกว่า-ขณะสวดพุทธัง-เขามีอาการปิติ-อยากจะตะโกน-ตัวสั่น-คุมไม่อยู่--ข้าเห็นอาการหลายคน-เหมือนผีจะเข้า-จึงเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มในความมืดนั้น-ขืนอยู่-เดี๋ยวเกิดแปลงกายกันขึ้นมา-ข้าจะวิ่งน้ำบานเอา


ซักพักใหญ่-ก็เจอพวกเจ้าโน้ต,เจ้าฝ้าย-และเจ้าหมอผ่าศพ ลูกน้องหมอพรทิพย์-ผมกระเซิงมา--พวกมันเก่งนะ-เดินตามกันเข้ามาหลังสวดมนต์และแผ่เมตตาแล้ว-โดยไม่ต้องใช้ไฟฉาย-"มันเดินกันเข้ามาได้-จากอีกช่องทางนึง-ที่เราไม่ได้เดินกันออกมา"--แต่พวกเราเดินทะลุกันออกมาทางช่องแคบๆนั้นได้-แต่มันบอกว่า-"กว้าง-และ-ไม่เห็นจะมืดอะไรเลย"--พวกนี้ไม่ได้ใช้ไฟฉาย-พวกนี้มี-"ผีสิง"-เจ้าฝ้าย-พากันเดินแบบสบายใจ--นี่ถ้าข้ายังเดินต่อไป-เจ้ากลุ่มพวกนี้จะออกไปอีกทาง-ข้าก็ไปอีกทาง-ไม่รู้จะเจอกันรึเปล่า-ทั้งๆที่ตอนเข้ามา-ทางที่ข้าเห็น-มันก็มีเส้นทางเดียว-ไม่มีแยก--แต่ของเจ้าพวกนี้ที่ตามๆมา-มันมีแยก-และที่สำคัญ-"พวกนี้เดินได้โดยไม่ใช้ไฟฉายนำ"-มันเดินดุ่มๆกันไป-เถียงกันเรื่องเส้นทาง-โดยไม่รู้ว่า-เถียงกันอยู่กับผี!!


เรื่องพวกนี้-ใครไม่เคยประสบ-ย่อมดูเป็นเรื่องเหลวไหล--คราวนี้-ก็ย้อนมาถึงวันนี้-วันที่มีคนมาถามข้า-เกี่ยวกับเด็กๆทั้ง 12 คน--เด็กๆ พวกนั้น-ก็คงเป็นเช่นเดียวกับพวกเจ้าโน้ต,เจ้าฝ้าย นั่นแหละ--คือ-"เดินเข้าไปโดยไม่ต้องใช้ไฟฉาย"-เส้นทางจะสามารถมองเห็นได้ตลอด-เพราะพวกเขา-เท่าที่ทราบมา-พวกเขาไปซ้อมกีฬา-คือเตะบอลกัน-คงผ่านมาทางขุนน้ำนางนอน-แล้วแวะเข้าไปพัก-คงกะเที่ยวถ้ำสนุกๆเพราะผ่านมาเท่านั้น-เพราะเวลานั้นก็ 5 โมงเย็นแล้ว-ไฟฉายก็คงไม่ได้พกมาเพื่อเที่ยวถ้ำกันหรอก-อาจจะแค่แวะเที่ยว


คราวนี้-แม้จะเป็นเวลาเย็น-แต่ที่นั่น-พลังงานวิญญาณเขามี-หากใครมี-"สัญญาต่อกันทางวิบาก"พวกเขา"ก็อาจเข้าไปในถ้ำที่มืดสนิทนั้น-โดย-"ไม่ต้องใช้ไฟฉาย"-และมีความรู้สึก-อยากเดิน-"ลึก"-เข้าไปเรื่อยๆ-จะไม่รู้สึกดูน่ากลัว-เหมือนกับพวกเจ้าโน้ตมันเคยเผชิญมา--เส้นทาง-มันก็เห็นๆกันนี่แหละ-เดินตามกันอยู่ดีๆ-เส้นทางก็เป็นทางทึบตันไปซะนี่-ทางเลี้ยวเข้าช่องนั้นช่องนี้-ให้แตกแยกกลุ่มกันออกไป


นี่ทางเวทมนต์คาถา-เขาเรียกว่า-"วิชาบังบด"--มีวิชา-บังไพร,บังรูป,บังอร,บังเอิญ อะไรอีกเยอะแยะ-เด็กๆพวกนี้หาตามวิสัยโลกจะหายาก-ไม่อาจเจอ-พวกหาต้องใช้ไฟส่องหา-แต่พวกเขาเดินสบาย-ไม่ต้องใช้ไฟส่องทางเดิน--เรื่องเช่นนี้-คนไม่เจอ-มันก็ผิดธรรมชาติเนอะ-เชื่อยาก--จริงๆ เด็กเข้าไปไม่ลึกซักเท่าไหร่หรอก-แต่มองไม่เห็นนะ--เด็กก็มองไม่เห็นคนที่ตามหาพวกเขาเหมือนกัน


ที่นั่น-มีอะไรแปลกๆ-ที่คาดไม่ถึง--จู่ๆ-ผีก็เข้าคนของข้า-ต้องหามกันมาก็หลายคน--ของข้านั้น-เขาอยากให้ไปเยือน-เขาอยากให้ไปอนุโมทนาบุญ-ซึ่งข้าก็ทำให้แล้ว-เรื่อง"ถ้ำหลวงนี้-ถ้าไม่จำเป็น-ก็อย่าเข้าไปเสี่ยงเลย"--มันมี-"ก-า-ล"-ที่ซ่อนพิลึกกึกกืออยู่-มีแร่แปลกๆมากมาย-มีสินแร่ที่มีค่ามากมาย-คนตายกันมากมาย-เป็นที่เคารพสักการะต่อพิธีกรรมต่างๆมานาน-ถ้าอยากเข้าไปก็ศึกษาแผนที่และการวางแผนให้ดีๆ-หน้าฝนนี่-อย่าเข้าไป-เพราะอาจเผชิญกับน้ำหลากที่ท่วมสูงถึงเพดานถ้ำอย่างรวดเร็ว--ก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ข้ากล่าวถึงให้ฟัง-ขอให้สุข-สมหวัง-กันทุกคน-ขอให้เจอเด็กรอดออกมาปลอดภัย"--พระอาจารย์ท่านกล่าวทิ้งท้าย



เรื่องเร้นลับและมิติเวลา-ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาตร์-และยังหาบทสรุปไม่ได้-พวกเราจึงเรียกมันว่า-เหนือ-"ธรรมชาติ"--เพราะสิ่งนั้นมันอยู่-เหนือ-"คำอธิบาย"-ใดๆ..นั่นเอง



ขอภาวนาให้ทั้ง 13 ชีวิตกลับออกมาจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อย่างปลอดภัย - แล้วเจอกันใหม่




Wednesday, June 27, 2018

My Son is Special


Youtube: จากนี้ไปคุณจะมีโอกาสได้กอดแม่อีกกี่ครั้ง
Post by: CENTRALGroupCareers
Published on Aug 7,2016


4:50 p.m.
In my room


ฉันได้อ่านหนังสือจิตวิทยาเล่มหนึ่งเกี่ยวกับ"เด็กออทิสติก"-และพบว่า-มีความก้ำกึ่งกันระหว่าง-"เด็กปัญญาอ่อน-กับ-เด็กอัจฉริยะ"--ในบางสิ่งที่พวกเขาคิด-หรือ-ในบางสิ่งที่พวกเขาทำ-นั้น--คนปรกติธรรมดาไม่อาจเข้าใจได้--พวกเขามีโลกส่วนตัวที่เป็นส่วนตัวจริงๆ-พวกเขาจึงต้องการคนที่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาเป็น-และ-ฟังในสิ่งที่พวกเขาต้องการ


เช่นเดียวกับเด็กชายโชคดี-เด็กชายออทิสติก-ที่รักการวาดรูป-คงเป็นดังที่คุณแม่เขาพูด-พระเจ้าประทานพรสวรรค์ให้เป็นของขวัญ-เพื่อชดเชยในสิ่งที่ไม่สมบรูณ์ของเขา

"กระดุม-ถ้าติดผิดเม็ดเดียว เม็ดอื่นก็จะ-ผิด-หมด"!!--แม่พูด-ในขณะที่ช่วยลูกชายติดกระดุมเสื้ออีกครั้ง--เด็กออทิสติกไม่ชอบการสบตาและการสัมผัส--แม่กอดเขา--เขาเบี่ยงตัวหลบ-แต่เขารับรู้ได้ถึงการสัมผัสของแม่ว่าอบอุ่นและปลอดภัยเพียงใด


เด็กชายมีผลงานเป็นที่ยอมรับทางสื่อออนไลน์-และ-ได้ออกสื่อโทรทัศน์--เมื่อพิธีกรในรายการถามเขาว่ามีรูปภาพใดที่เขาชอบมากที่สุด-เด็กชายเอื้อมมือไปหยิบรูปภาพผู้หญิงคนหนึ่ง-พิธีกรถามว่า-เป็นรูปของใคร-เขาตอบว่า-"รูปคุณแม่ผมครับ"--พิธีกรถามเขาอีกว่า-"น้องโชคดีมีอะไรจะบอกคุณแม่มั้ย เพราะตอนนี้คุณแม่คงกำลังดูอยู่"-เด็กชายยิ้มอายๆ พูดว่า--"แม่ครับ กอดกัน-กอดกัน"


"Give back to your loved one while your heart is still beating".


กอดกันๆ แล้วเจอกันนะ





Happiness is here and now - Plum Village Song

Youtube: Happiness is here and now - Plum Village Song Post by: phuongboipress phapcau Published on Nov 8,2011 14:29 p.m. In...